การฟังเพลงนั้นมีประโยชน์ทั้งต่อร่างกายและจิตใจ ต่อให้คุณไม่ใช่คนที่มีปัญหาทางด้านอารมณ์หรือมีความเครียดก็ล้วนมีส่วนช่วยได้ แต่จะมีผลดียังไงไปดู
การฟังเพลงมีผลดีต่อร่างกายยังไง
มีอยู่ด้วยกันหลายประการ ได้แก่
1. ช่วยให้อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้นตามจังหวะดนตรี
กรณีเลือกฟังดนตรีที่มีจังหวะค่อนข้างเร็วจะมีส่วนช่วยในการเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจได้มากถึง 26% และกรณีเลือกฟังดนตรีที่มีจังหวะค่อนข้างช้าจะมีส่วนช่วยในการลดอัตราการเต้นหัวใจมากถึง 6%
2. ช่วยให้ร่างกายขยับมากขึ้น
การฟังเพลงจังหวะหนัก ๆ ครื้นเครงสนุกสนานจะช่วยให้เราอยากขยับร่างกายตามจังหวะดนตรีนั้น ๆ ซึ่งมีส่วนช่วยให้ร่างกายรู้สึกกระฉับกระเฉงกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น
3. ความจำดีขึ้น
เสียงเพลงมีส่วนช่วยทำให้ผ่อนคลาย มีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นเวลานาน และนั่นกลายเป็นตัวช่วยในการฝึกความจำชั้นดี
4. มีส่วนช่วยให้กินอาหารน้อยลง
สำหรับใครที่พบว่าตนเองมีปัญหาเรื่องการกิน คือ กินมากเกินไปหรือต้องการลดน้ำหนัก การเปิดเพลงขณะกินอาหารจะช่วยให้กินอาหารได้น้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ
5. เพิ่มความทนทาน
การฟังเพลงขณะออกกำลังกายจะมีส่วนช่วยให้คุณสามารถออกกำลังกายได้นานขึ้น ทนทานมากขึ้น และนั่นกลายเป็นเรื่องดีช่วยให้ร่างกายแข็งแรง
การฟังเพลงมีผลดีต่อจิตใจอย่างไร
มีอยู่ด้วยกันหลายประการเช่นกัน ได้แก่
- มีส่วนช่วยในการลดความเครียด เนื่องจากเพลงหรือดนตรีส่วนใหญ่มักถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกระตุ้นให้เกิดความผ่อนคลายและช่วยปลอบประโลมจิตใจ
- มีส่วนช่วยในการจัดการกับความเจ็บปวด หากคุณกำลังรู้สึกท้อแท้ เศร้า หรือสิ้นหวัง การได้ฟังเพลงที่มีเนื้อหาสอดคล้องกันจะทำให้คุณได้มีโอกาสปลดปล่อยหรือระบายความรู้สึกเหล่านั้นออกมา
- ได้ใช้เวลาอยู่กับตนเองมากขึ้น หากคุณรู้สึกว่าคุณไม่ค่อยมีเวลาให้กับตนเองหรือรู้จักตัวเองดีเท่าที่ควร การได้ลองฟังเพลงที่มีเนื้อหาชีวิตคล้ายคลึงกันจะทำให้คุณได้ใช้เวลาเหล่านั้นในการคิดวิเคราะห์และไตร่ตรองได้เป็นอย่างดี
- ระบายอารมณ์ที่อัดอั้น เนื่องจากเพลงมีอยู่ด้วยกันหลายแบบ และแต่ละแบบแสดงถึงอารมณ์และความรู้สึกแตกต่างกันไป หาก ณ ช่วงเวลานั้น ๆ คุณรู้สึกว่าตนเองกำลังมีอารมณ์บางอย่างที่เสี่ยงสร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นหรือตนเองการได้เลือกใช้เพลงเพื่อถ่ายทอดอารมณ์นั้น ๆ ถือเป็นตัวเลือกที่ช่วยได้ดีแบบสุด ๆ เช่น คุณกำลังโกรธ ลองฟังเพลงที่เน้นอารมณ์โกรธดู รับรองว่าคุณจะได้ปลดปล่อยอารมณ์โกรธนั้นออกมาได้แบบไม่ต้องกังวลหรือกลัวว่าใครจะมองไม่ดีเลย
และสุดท้ายถึงแม้ดนตรีจะมีผลดีต่อทางร่างกายและสภาพจิตใจ แต่ควรมีขอบเขตไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเสียงดังหรือปริมาณ เพื่อไม่ให้เดือดร้อนตนเองและผู้อื่น
